5 ข้อควรรู้ก่อนลงมือทำสตาร์ทอัพ

Originally posted on True Incube:

บทสรุปนี้มาจากงาน “From Startup to Scale Up: Best Practices from Silicon Valley” โดย คุณ Marvin Liao จาก 500 Startups ที่ทรู อินคิวบ์ได้เชิญมาพูดใน public event เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ

  1. Startups are Hell
  2. ben_horowitz
    หากคุณคิดทำสตาร์ทอัพเพราะคิดว่ามันเซ็กซี่หรือทำเพื่อเงิน อยากขอให้คุณคิดใหม่ เพราะการทำสตาร์ทอัพจริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในความเป็นจริงแล้ว 80% ของสตาร์ทอัพไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าคุณทำเพราะมี passion จริงๆและพยายามจนถึงที่สุด คุณก็มีโอกาสเป็น 20% ที่รอด

    ถ้าอยากสัมผัสถึงความยากลำบากของการทำสตาร์ทอัพ แนะนำให้อ่านหนังสือ “The Hard Things About Hard Things” ของ Ben Horowitz, Co-Founder of Andressen Horowitz ถึงเส้นทางที่เขาล้มลุกคลุกคลานกว่าจะมากลายเป็น Venture Capital ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในตอนนี้

  3. Make Stuff People Want
  4. paul graham ycom

    คำพูดของ Paul Graham, Y Combinator นี้ฟังดูง่ายแต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ง่ายเลย สตาร์ทอัพหลายคนจะ “Make Stuff (I think) People want” และมักจะพบกับความเป็นจริงว่า “Nobody wants my stuff” เนื่องจากเรามักเอาประสบการณ์ของตัวเองมาบอกว่าคนอื่นก็ต้องการสินค้าแบบเรา เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดนี้ สตาร์ทอัพควรที่จะคุยกับลูกค้า ทดสอบตลาด เพื่อพิสูจน์ว่ามีคนต้องการสินค้าเราจริงๆ

  5. Doing startup these days is much easier than ever before
  6. ข่าวดีสำหรับสตาร์ทอัพในสมัยนี้ คือเรามีเครื่องมือต่างๆมากมายที่เข้าถึงได้ในราคาที่ถูกลงจากเดิมมาก เรามี Cloud Service ต่างเช่น Microsoft Azure, Amazon Web Service, Google App Engine ที่ทำให้เรื่องการเตรียม Infrastucture สำหรับเริ่มสร้าง Product ทำได้อย่างรวดเร็วในแถมราคาไม่แพง จ่ายตามจริงเท่าที่ใช้ ต่างจากสมัยก่อนที่จะสร้าง Software ทีต้องซื้อ Server ราคาหลายหมื่น ไหนจะค่า co-location ค่า Network Bandwidth อีก

    lean startup book

    นอกจากนี้เรื่องของ User Acquisition ก็ทำได้ง่ายขึ้นเยอะ ด้วยบริการอย่าง Google Adwords และ Facebook Ads ที่ทำให้การโฆษณาทางออนไลน์สามารถทำได้ง่าย ตรงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยต้นทุนที่ต่ำ จ่ายตามความสำเร็จ (Pay per click / Pay per install) ในเรื่องของ Know-How เราก็ยังมีความรู้ต่างๆ ในการทำสตาร์ทอัพซึ่งรวบรวมโดยผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนให้ได้ศึกษา (Startup…

View original 136 more words

How Apple Pushes Entire Industries Forward

Originally posted on HBR Blog Network - Harvard Business Review:

Yesterday, hardware stole the show at the Apple unveiling. But Apple’s most impressive achievement on display at yesterday’s announcement was not a technological feat — although the technology on display was certainly impressive.

Apple’s great feat was the use of their scale to swiftly get the world lined up behind a new model for payments. Apple Pay will be more secure, it will be easier, and it will probably be more profitable for the payments industry as a whole by shifting people away from cash (at least for the time being). But putting it into practice required an entire ecosystem to move in unison — merchants, consumers, credit card companies, and banks. Something that only a company with the massive reach of Apple could do.

Big companies’ struggles with innovation have been well documented — includingby me. But there are some things you need to be big in…

View original 710 more words

[Sneak Peek] True Incube APAC Mobile App Challenge 2014

Originally posted on True Incube:

TRUEINCUBE SEAMAC

หลังจากที่เราได้ปล่อย Fcebook Ad เกี่ยวกับงาน True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014 ในอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนสนใจถามกันเข้ามามากมาย วันนี้เราจะมาบอกเล่ารายละเอียดของงานให้ได้ฟังกันค่ะ

True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014 เป็นการแข่งขันสร้างธุรกิจประเภท Mobile Application ที่เกิดจากความร่วมมือของทรู อินคิวบ์และ SEAMAC 2014

SEAMAC คืออะไร?

SEAMAC (Southeast Asia and Pacific Mobile App Challenge) เป็นการแข่งขันพัฒนา Mobile App ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีประเทศเข้าร่วมทั้งหมด 9 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จีน เกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น

SEAMAC เกิดจากความร่วมมือขององค์กรจาก 3 ทวีปทั่วโลก ได้แก่ Applied Innovation Institute (US), IE Business School มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ในยุโรป จากการจัดอันดับโดย Financial Times (EU) และ J-Seed Ventures (Asia)

งานนี้ยิ่งใหญ่อย่างไร?

ผู้ชนะจากงานนี้จะได้บินไปโชว์ผลงานที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ในงาน 4YFN (4 Years From Now)

4YFN เป็นหนึ่งในงานของการประชุมระดับโลกที่มีชื่อว่า GSMA Mobile World Congress ความยิ่งใหญ่ของงานนี้คือมี Mobile Operator กว่า 800 รายทั่วโลกรวมถึง CEO สตาร์ทอัพชื่อดังอย่าง Facebook, AirBnB และ WhatsApp เข้าร่วมงานด้วย

ใครอยากรู้ว่าบรรยากาศงานของปีที่แล้วเป็นอย่างไรสามารถเข้าไปดูได้ ที่นี่

เส้นทางสู่บาร์เซโลน่าเป็นอย่างไร?

วิธีการคัดเลือกก็เหมือนกับการแข่ง tournament โดยจะคัดทั้งหมดสามรอบด้วยกัน

  • Semi-Final Competition in Thailand: คัดทีมตัวแทนจากประเทศไทยจำนวน 3 ทีมเพื่อไปแข่งรอบ Regional Round ที่สิงคโปร์ร่วมกับตัวแทนอีก 8 ประเทศ
  • Regional Final Round in Singapore: ตัวแทน 27 ทีมจาก 9 ประเทศเข้าแข่งขันในรอบ Regional Round มีเพียง 3 ทีมเท่านั้นที่จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปเข้าร่วมงานที่บาร์เซโลน่า
  • Final Round in Barcelona, Spain: ตัวแทนจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้โชว์ผลงานในงาน

View original 89 more words

รีวิว CPALL Q2 ปี 57

💹Noo🐭:

รีวิว CPALL Q2 ปี 57

รายได้รวมของ CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2557 เพิ่มขึ้นถึง 71.8% กลายเป็น 92,134 ล้านบาท หลังเข้าเทคโอเวอร์ MAKRO คิดเป็นรายได้จาก “ห้างแม็คโคร” 34,749 ล้านบาท ที่เหลือมาจาก “ร้าน 7-eleven” ซึ่งขยายเพิ่มจาก 7,210 สาขา ในไตรมาส 2 ปีที่แล้ว เป็น 7,816 สาขา ในไตรมาส 2 ปีนี้ เครดิต: Club VI

Originally posted on Club VI คลับ วีไอ:

cpall_new_logo1

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช และ ชนิดา พัธโนทัย

รายได้รวมของ CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2557 เพิ่มขึ้นถึง 71.8% กลายเป็น 92,134 ล้านบาท หลังเข้าเทคโอเวอร์ MAKRO คิดเป็นรายได้จาก “ห้างแม็คโคร” 34,749 ล้านบาท ที่เหลือมาจาก “ร้าน 7-eleven” ซึ่งขยายเพิ่มจาก 7,210 สาขา ในไตรมาส 2 ปีที่แล้ว เป็น 7,816 สาขา ในไตรมาส 2 ปีนี้

หากดูเฉพาะรายได้จากธุรกิจเดิมของ CPALL คือร้าน 7-eleven และธุรกิจข้างเคียง จะพบว่าเพิ่มขึ้น 8.5% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติเมื่อเทียบกับอดีตที่เคยทำได้

ในขณะที่ Gross Margin ของ CPALL ลดลงค่อนข้างมาก จาก 26.3% กลายเป็น 21.3% อันเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการ MAKRO ซึ่งเป็นธุรกิจ “กึ่งค้าส่ง” ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าเยอะ จึงมาฉุด GM ของ CPALL ให้ลดต่ำลงด้วย

อย่างไรก็ตาม หากหยิบเอา MAKRO ออกไป จะพบว่า Gross Margin ของธุรกิจร้าน 7-eleven เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 25.6% เป็น 26.2% อันเป็นผลมาจากการเพิ่มสินค้า House Brand ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าเข้ามาค่อนข้างหนาตา โดยใช้แบรนด์ 7-eleven ที่ผมเคยเห็นก็อย่างเช่น กาแฟเซเว่น ขนมปังเซเว่น เครื่องดื่มเซเว่น หรือแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเซเว่น ก็มีวางขายแล้ว

จะเห็นได้ว่าตัวธุรกิจเดิมของ CPALL ยังดำเนินต่อไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้

cpall-mama

บรรทัดถัดลงมา คือ “ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร” (SG&A) ปรากฏว่า SG&A ของ CPALL เพิ่มขึ้นจาก Q2 ปีที่แล้วถึง 33.4% หลังควบรวมกิจการกับ MAKRO

แต่หากเอา “ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร” ไปเทียบกับ “รายได้รวม” จะพบว่าอัตราส่วนตรงนี้ลดลง ทั้งนี้ด้วยเหตุผลเดิม คือธรรมชาติของ “ห้างแม็คโคร” ซึ่งเป็นธุรกิจ(กึ่ง)ค้าส่ง มีสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ต่ำกว่า “ร้านเซเว่น” เยอะ จึงช่วยลดอัตราส่วนเดียวกันนี้ของ CPALL จากเดิม 23.6% ให้เหลือเพียง 18.3%

ในขณะที่ “กำไรจากการดำเนินงาน” ของ CPALL เพิ่มขึ้น 57.2% กลายเป็น 5,218 ล้านบาท ซึ่งก็อีกเช่นเคย คือส่วนหนึ่งเป็นกำไรจาก MAKRO ส่วน EBIT margin ลดลงเล็กน้อยจาก 6.2% เป็น 5.7% (ด้วยเหตุผลเดียวกับ GM ที่ลดลง…

View original 145 more words

Free Things to Do in Bangkok — National Geographic

With its haphazard sprawl, steamy climate, and traffic-choked streets, Bangkok can overwhelm visitors at first, but scratch the surface and you’ll find warm hospitality, gilded temples, festivals, markets galore, and a vibrant arts scene, all easy on your budget.

See more–> Free Things to Do in Bangkok — National Geographic.

Featured Image -- 587

10 tips on how to make slides that communicate your idea, from TED’s in-house expert

Originally posted on TED Blog:

Speaker David Epstein created a truly stellar slide deck for his talk at TED2014. When your slides rock, your whole presentation pops to life. Here, advice from our office slide master on making Keynote and Powerpoint presentations that communicate strongly. Photo: James Duncan Davidson

When your slides rock, your whole presentation pops to life. At TED2014, David Epstein created a clean, informative slide deck to support his talk on the changing bodies of athletes . Photo: James Duncan Davidson

Aaron Weyenberg is the master of slide decks. Our UX Lead creates Keynote presentations that are both slick and charming—the kind that pull you in and keep you captivated, but in an understated way that helps you focus on what’s actually being said. He does this for his own presentations and for lots of other folks in the office. Yes, his coworkers ask him to design their slides, because he’s just that good.

We asked Aaron to bottle his Keynote mojo so that others could benefit from it. Here, 10 tips for making an effective slide deck, split into two parts: the big, overarching goals, and the little tips and tricks that make your presentation…

View original 1,300 more words