ผ่าความคิด “วิเชียร อุษณาโชติ” นายคนใหม่ ณ บางจาก

ผ่าความคิด “วิเชียร อุษณาโชติ” นายคนใหม่ ณ บางจาก.

ถอดภารกิจบิ๊กไซด์ “เอ็มดีใหม่แกะกล่อง” บางจาก ปิโตรเลียม “วิเชียร อุษณาโชติ”ชายวัย 57 ปี ลูกหม้อผู้เข้าออกโรงกลั่นบางจากตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง

ลือกันว่า เหตุการณ์เพลิงไหม้โรงกลั่นน้ำมันบางจาก 2 ครั้ง (ครั้งแรกเกิดขึ้นต้นปี 2554 ครั้งที่ 2 เดือนก.ค.2555) ถือเป็น “ชนวน” ที่ทำให้ “ปตท.” ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 27.22% เคยคิดอยากปลด “อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล” ดีกรีนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2549 วิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 16 พ้นจากเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ (BCP) ก่อนหมดวาระสิ้นปี 2555 แล้วดัน “สรัญ รังคสิริ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท.ขึ้นบังลังก์แทนชั่วคราว

แต่สุดท้าย “อนุสรณ์” ดวงแข็ง สามารถนั่งทำงานจนครบเทอม 2 วาระ (วาระละ 4 ปี) ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ลูกหม้อ “วิเชียร อุษณาโชติ” ชายวัย 57 ปี เพื่อร่วมสถาบัน ดีกรีปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ Ohio State University, USA หลังมีผู้ลงสมัครชิงเก้าอี้ตัวนี้ 3 คน แต่คุณสมบัติไม่ผ่าน !!!

ย้อนกลับไป “อดีตเอ็มดีบางจาก” ช่วงชีวิตหนึ่ง “อนุสรณ์” “ชายวัย 59 ปี” เคยทำงานให้กับอินเตอร์แบรนด์ในบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด หลังจากเรียนจบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัย โมนาร์ช ประเทศออสเตรเลีย ทำงานในเอสโซ่ไม่นาน ในปี 2528 เขาก็ย้ายมานั่งตำแหน่งวิศวกรโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ในช่วงที่ “โสภณ สุภาพงษ์” ดีกรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

“รายได้แตะระดับแสนล้านบาท” และการนำพาบางจากสู่การเป็น “ผู้นำพลังงานทดแทน” คือ ผลงานที่ “อนุสรณ์” ทำไว้ ฉะนั้นการสานต่อสิ่งที่เอ็มดีคนก่อนทำไว้ จึงกลายเป็นภาระหนักของ “เอ็มดีคนใหม่” ที่ “แฟนพันธุ์แท้” หุ้น บางจาก ปิโตรเลียม “เป็นห่วง” และรอพิสูจน์ฝีมือ

“ผมทำงานใน “บางจาก ปิโตรเลียม” ตั้งแต่บริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2528 ผ่านการทำงานมาแล้วหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายผลิตการตลาด,รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจการตลาด ,ที่ปรึกษาอาวุโส, รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวางแผนและจัดหา,ที่ปรึกษาอาวุโส และรักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ,รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจโรงกลั่น เรียกว่าผ่านงานมาแล้วรอบด้าน “วิเชียร อุษณาโชติ” กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ไล่เลียง

กับภารกิจแรกในเก้าอี้เอ็มดีบางจาก แทนที่วิเชียรจะพูดถึงแผนการดำเนินธุรกิจ เขากลับเลือกที่จะพูดถึง สิ่งที่บอร์ดทิ้งโจทย์สำคัญไว้ นั่นคือ “เร่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่” เพื่อนำพาบริษัทไปสู่องค์กรร้อยปี (บางจากก่อตั้งเมื่อปี 2528) ตามที่คาดหวังไว้ ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า หาคนรุ่นใหม่ที่เก่งๆยากมากขึ้น กว่าจะสรรหาคนมาแทนที่คนเก่าได้ แต่ละครั้งยากเย็นเหลือเกิน

สิ่งที่เขาเลือกจะพูดก่อน น่าจะเป็นสิ่งที่สะท้อนความในใจของวิเชียรได้ดีที่สุด อย่างการสรรหาเอ็มดีคนใหม่มาแทนอนุสรณ์ เป็นอาทิ

ก่อนที่เขาจะเล่าถึงแผนธุรกิจว่า…หากถามว่าผมวางแผนจะทำอะไรใน “บางจาก ปิโตรเลียม”!! ก็คงจะตอบว่า เรามองไปไกลถึงร้อยปี ผมจะสร้างความมั่นคง พัฒนาธุรกิจหลักในปัจจุบันให้มีศักยภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด และพร้อมที่จะขยายธุรกิจใหม่ๆในอนาคต เพื่อสร้างโอกาส และหารายได้เสริมเงินในกระเป๋า ประโยคนี้เข้าประกาศกลางห้องแถลงข่าว…

ทว่าหลายคนสงสัย องค์กรร้อยปีสำหรับบางจากยังดูไกลเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับอายุองค์กรในวัย 28 ปี และอายุงานของเขาในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

แต่ถ้าฐานแกร่ง การดันตัวเองไปสู่องค์กรร้อยปี ตามรอยเป้าหมายที่บริษัทแม่อย่างปตท.ก็อยากเป็นองค์กรร้อยปี คงไม่ยาก

“วิเชียร” ยังบอกกับ “กรุงเทพธุรกิจBizWeek” ว่า ในระยะยาวจะเน้นธุรกิจด้าน “พลังงานทดแทน” มากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นไบโอดีเซล หรือเอทานอล เพื่อบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ ทุกวันนี้ปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลกเริ่มลดลงเรื่อยๆ ก็ “บางจากอยากจะเป็นองค์กรร้อยปีทำไงได้!!” เขาไม่วายย้ำ ดังนั้นในปี 2561 สัดส่วนรายได้ของธุรกิจจะมาจากธุรกิจโรงกลั่นและค้าปลีก 50% ที่เหลืออีก 50% จะมาจากธุรกิจพลังงานทดแทน

แม้สัดส่วนรายได้ธุรกิจโรงกลั่นจะลดลงแต่เราไม่ได้ทิ้งนะ!!! เขาบอก เห็นได้จากการที่บริษัทมีแผนก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและหาสถานที่ที่เหมาะสม น่าจะเป็นแถบชายฝั่งทะเลน้ำลึก ที่สามารถรองรับเรือบรรทุกขนาดใหญ่ได้ การลงทุนครั้งนี้เราคงต้องจับมือกับพันธมิตร น่าจะใช้เวลาศึกษาและก่อสร้างประมาณ 7-8 ปี การมีโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ของเราจะสอดคล้องกับเวลาที่เมืองไทยต้องการมีโรงกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง กำลังการผลิต 300,000 บาร์เรลต่อวัน พอดิบพอดี

ส่วนธุรกิจ Non-Oil (ธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน) ที่ผ่านมาเราลงนามบันทึกความเข้าใจกับ บมจ.บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) เขาจะเข้ามาเปิดร้านสะดวกซื้อ ภายใต้ชื่อ “มินิบิ๊กซี” ในสถานีบริการน้ำมันของเรา เบื้องต้นจะชิมลางเปิด 7 สาขาก่อน อาทิเช่น พระราม 3 ,เจริญกรุงตัดใหม่ ,นวมินทร์ ,อ่อนนุช 44 และพัฒนาการ จากนั้นภายในปี 2557 จะเปิดเพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 100 สาขา ตอนนี้เรากำลังคุยเรื่องรูปแบบกับทางบิ๊กซี ส่วนผลประโยชน์แบ่งเงินกันตามยอดขาย “วิน-วิน” ทั้งคู่ ง่ายดี

ส่วนร้านสะดวกซื้อภายใต้ชื่อ “ร้านใบจาก” ผมจะเปลี่ยนเป็น “มินิบิ๊กซี” ให้หมด หากสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ตอนนี้เรามีร้านใบจากทั้งหมด 200 สาขา ส่วนร้านกาแฟ Inthanin Coffee เราตั้งใจจะเปิดให้ครบ 500 แห่ง ภายในปี 2558 จาก 250 แห่ง ในปัจจุบัน

โดยแผนการทำร้านสะดวกซื้อ หรือร้านกาแฟ จะสอดคล้องกับแผนเพิ่มสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันในปี 2556 อีก 50 แห่ง และแผนระยะยาวที่จะขยายให้ถึง 150 สถานี ภายในปี 2558 รวมถึงการปรับปรุงภาพลักษณ์ของสถานีน้ำมันกว่า 120 สถานี ผมเชื่อว่าแผนขยายสถานีน้ำมันจะทำให้เรามี “ส่วนแบ่งการตลาดในปี 2558 เป็นอันดับ 2”

สิ่งที่วิเชียรพูกมาล้วนต้องการ “สานต่อ” สิ่งที่อนุสรณ์ปูทางไว้

“ภายในไตรมาส 1/56 เราจะเพิ่มสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน E20 ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และจะเพิ่มสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน E85 อีกไม่น้อยกว่า 100 สถานี ภายในสิ้นปี 2556 ถือเป็นการรองรับความต้องการใช้พลังงานทดแทนที่เพิ่มขึ้น พักหลังๆรถยนต์รุ่นใหม่ๆจะผลิตออกมารองรับน้ำมันประเภทดังกล่าวมากขึ้น “

ถามถึงเรื่องการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 “เอ็มดีคนใหม่” สวนกลับทันที “บางจากจะไม่ยอมตกขบวนรถไฟเด็ดขาด” เรากำลังหาพันธมิตรเพื่อนบ้าน และรูปแบบการลงทุนที่ “คุ้มค่า” เพื่อเข้าไปทำสถานีน้ำมันด้วยกัน เบื้องต้น อยากจะเปิดไม่น้อยกว่า 10 แห่ง เล็งๆจะเข้าไปทำในประเทศลาว พม่า และกัมพูชา เราจะสร้างแบรนด์บางจาก ให้เป็นที่รู้จักในแถบอาเซียนให้ได้ (เขาการันตี) ตอนนี้เราได้เข้าไปชิมลางเปิดสถานีน้ำมัน 1 แห่ง ในเมืองเมียวดี ประเทศพม่าแล้ว

“วิเชียร” จบบทสนทนาด้วยการพูดถึงความสำเร็จของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Sunny Bangchak) เฟสแรก กำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์ และเฟส 2 ในจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังการผลิตรวม 32 เมกะวัตต์ว่า เราจะขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 จะสร้างรายได้ให้บริษัทประมาณ 1,400 ล้านบาท

เรายังเตรียมจะทำเฟส 3 กำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์ เงินลงทุนกว่า 5,700 ล้านบาทตอนนี้อยู่ระหว่างการทำแผนงาน คาดว่าอีก 2 เดือนข้างหน้า จะหาผู้รับเหมาติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ และติดตั้งแล้วเสร็จได้ไตรมาส 4/2557 โดยจะรับรู้รายได้ในปี 2558 คาดว่าจะสร้างเงินเข้ากระเป๋าประมาณ 2,800 ล้านบาท

“ปี 2556 เราอาจมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายภาษีเงินได้ และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปี 2555 และจะมีปริมาณการกลั่นน้ำมัน เฉลี่ย 1.1 แสนบาร์เรลต่อวัน ปีนี้เราจะไม่หยุดซ่อมบำรุงประจำปี แต่เราจะปรับปรุงเพื่อเพิ่มศักยภาพโรงกลั่น ด้วยการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต อาจใช้เงินลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท ผมคิดว่าปีนี้ค่าการกลั่นเฉลี่ยน่าจะอยู่ระดับ 7 เหรียญต่อบาร์เรล”
ผู้ถือหุ้นทราบแล้วเปลี่ยน !!

Credit: Bangkok Biznews

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s