คุณเป็นนักลงทุนประเภทไหน?

Wanna be the inntellgent investor

Club VI คลับ วีไอ

whatsurtype

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

ถ้าบริษัทที่คุณถือหุ้นอยู่ มีข่าวว่าจะไปซื้อกิจการอื่น หรือมีข่าวว่าจะถูกซื้อกิจการ แล้วคุณ…

1. ไม่สนพื้นฐานอะไรทั้งสิ้น ถ้าคิดว่าหุ้นจะขึ้นก็ซื้อเพิ่ม ถ้าคิดว่าจะตกก็ขายทิ้ง – คุณคือ “นักเก็งกำไร” (The Speculator)

2. สงสัยแค่ว่าจะได้ปันผลลดลงมั้ย ถ้าไม่ลดก็ไม่มีปัญหา ถือต่อไป – คุณคือ “นักลงทุนดาษดื่น” (The General and Can-be-found-anywhere Investor)

3. ติดตามข่าว ฟังกูรูวิเคราะห์ แล้วค่อยเลือกเชื่อข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุด – คุณคือ “นักลงทุนระดับกลาง” (The Intermediate Investor)

4. ติดตามข่าว ฟังกูรูวิเคราะห์ แต่ยังไม่เชื่อใครทั้งนั้น แล้วเอาตัวเลข เอาข้อมูลมาวิเคราะห์เอง ก่อนจะได้ข้อสรุปเป็นของตัวเอง – คุณคือ “นักลงทุนผู้ชาญฉลาด” (The Intelligent Investor)

แบบทดสอบย่อยๆ นี้ ออกจะหยาบอยู่พอสมควร แต่ผมคิดว่ามันช่วยจำแนกคนในตลาดหุ้นที่เราเห็นๆ กันได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

เหตุที่ผมยกกรณีการ “ซื้อ-ขายกิจการ” เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่จะแบ่งประเภทคนได้ง่ายที่สุด โดยดูจากการ “ตอบสนอง” (React) ต่อข่าวสารที่เกิดขึ้น

เอาจำพวกแรกก่อนนะครับ “นักเก็งกำไร” อันนี้มีอยู่มากมายในตลาดหุ้น และมีอยู่ในทุกๆ ช่วงอายุ คนกลุ่มนี้ชอบซื้อๆ ขายๆ ตัวไหนคิดว่าจะขึ้นก็เข้าไปซื้อ ซื้อแล้วขึ้นต่อก็ขายทิ้งทำกำไร ซื้อแล้วลงก็ขายตัดขาดทุน

ธรรมชาติของนักเก็งกำไร พอมีข่าวการเทคโอเวอร์ และคิดว่าหุ้นต้องขึ้นแหงๆ พวกเขาจึงโดดเข้าไปเก็บโดยพลัน แต่ตรงกันข้าม ถ้าคิดว่าการเทคโอเวอร์นั้นจะทำให้หุ้นตก พวกเขาก็รีบขายทิ้ง

คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันให้มากความมังครับ นักเก็งกำไรเป็นกลุ่มคนที่พบเห็นกันได้ทั่วไป และคิดว่าน่าจะเป็นคน “ส่วนใหญ่” ในตลาด

อีกประเภทหนึ่งคือ “นักลงทุนดาษดื่น” อันนี้ผมขอยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ เจ้าของมินิมาร์ทชื่อดัง กำลังเข้าไปเทคโอเวอร์บริษัทค้าส่งสัญชาติฮอลแลนด์

จำได้ดีว่า ในการประชุมผู้ถือหุ้น ผู้บริหารบริษัท รวมทั้ง “เจ้าสัว” ได้ยกเรื่องของ “เงินปันผล” ขึ้นมา เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ถือหุ้นตัวเล็กๆ เห็นชอบกับดีลดังกล่าว โดยยืนยันว่า เงินปันผลที่จะได้รับ จะไม่ลดลงแน่นอน มีแต่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผ่านสองปีแรกไปแล้ว

พูดเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก หลายครั้งมาก

เพียงแค่ได้ฟัง ผมก็รู้ทันทีว่า ผู้บริหาร “จับจุดถูก” รู้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับ “เงินปันผล” เป็นหลัก พวกเขาอาจสนใจบ้างว่าตัวธุรกิจจะดีร้ายอย่างไร แต่ไม่ได้สนใจเท่ากับว่าจะมีดอกผลมาถึงกระเป๋าของตัวเองเท่าไร คือ “มองสั้น” เป็นหลัก

คนที่คิดเช่นนี้มีอยู่เยอะมาก จึงถือเป็น “นักลงทุนดาษดื่น” คือไปประชุมที่ไหนๆ ก็เจอ แม้จะไม่เยอะเท่ากับกลุ่มแรก คือ “นักเก็งกำไร”

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่อยู่ในทั้งจำพวกที่ 1 และ 2 ไปพร้อมๆ กัน คือเก็งกำไรด้วย แต่ตัวไหน(เขาบอกว่า)พื้นฐานดี ก็ถือยาวหน่อย รอรับปันผล

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมองว่า ทั้งสองกลุ่ม คือนักเก็งกำไร และนักลงทุนดาษดื่น มีการ “ทับซ้อน” (Overlap) กันอยู่ในระดับหนึ่ง

พัฒนาขึ้นมาอีก คือกลุ่มที่…

View original post 121 more words

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s